ตม.เชียงราย ทุบสถิติจับคนข้ามแดน มีหมายจับสำคัญวันเดียว 7 ราย

ตม.เชียงราย ทุบสถิติจับคนข้ามแดน มีหมายจับสำคัญวันเดียว 7 ราย

วันนี้ 16 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น.โดยการอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 ,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย , พ.ต.ท.หญิงพัสษลพร ศุกระศร รอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย และ พ.ต.ท.วิชัย ปันนา สว.ตม.จว.เชียงราย สั่งการกำชับให้ตม.จว.เชียงราย ได้ สืบสวน เฝ้าติดตาม กลุ่มคนต่างด้าวและคนไทยที่มีหมายจับคดีสำคัญต่างๆที่จะลักลอบออกนอกประเทศ และกลุ่มคนที่ทำผิดกฎหมายที่อยู่ในระบบสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(POLIS) ระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ (CRIMES) และระบบศูนย์ข้อมูลอาชญากรรม(PDC)โดยในวันและเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่สืบสวนตม.จว.เขียงราย ได้จับกุมผู้ต้องหารวมสามคนที่ได้ ที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จว.เชียงรายตามรายชื่อดังนี้

1.นายวุฒิพงศ์ เพลงยอดวงษ์ อายุ 35 ปี สัญชาติไทย คนพื้นที่อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน , สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”  2.นายธนพัชญ์ ธาดาพัฒนวานิช อายุ 27 ปี สัญชาติไทย ในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป , สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”และในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป , สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”  3.นางขวัญจิตร หลักชุม  อายุ 39 ปี สัญชาติไทยคนพื้นที่ จ.ภูเก็ต  ในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน , สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”ตามหมายจับ ศาลอาญา โดยเจ้าหน้าที่สืบสวนตม.เชียงราย ควบคุมตัวนำส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในวันเดียวกันของเวลา 11.30 น. ได้รับการประสานจากตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แจ้งจะมีการส่งตัวผู้ต้องหา ซึ่งได้กระทำผิดกฎหมาย โดยถูกดำเนินคดีในประเทศเมียนมา และคดีได้สิ้นสุดแล้ว จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ ตม.จว.เชียงราย  เพื่อจะส่งตัวกลับประเทศไทย จำนวน6คน จากการตรวจสอบระบบสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(POLIS) ระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ(CRIMES) และระบบศูนย์ข้อมูลอาชญากรรม(PDC) พบว่ามีจำนวน4รายที่มีหมายจับสำคัญตามรายชื่อดังนี้

1.นายภูวดล  กองทอง  อายุ 19  ปี สัญชาติไทย คนพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ ในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยผิดกฎหมาย,สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกันนั้นแล้ว”

 2.นายรชานนท์ หรือโอ ทำทอง อายุ 38 ปี สัญชาติไทย คนพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับในความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครอง อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยไม่ได้รับอนุญาต”

 3.นายเกียรติศักดิ์ หรืออาร์ม ศรีบุญเรือง  อายุ 31  ปี สัญชาติไทยคนจ.พระนครศรีอยุธยา ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในทาง หมู่บ้าน  ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่ บ้านหรือในที่ชุมชน”

 4.นายมานิตย์ พารีพรต คนพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสระบุรี ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในทาง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่ บ้านหรือในที่ชุมชน“ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเจ้าหน้าที่ ตม.สืบสวนจังหวัดเชียงราย ได้นำส่ง สภ. ที่เกี่ยวข้องและดำเนินคดีต่อไป

ภาพข่าว ตม.แม่สาย

บก.เจี๊ยบ แม่สายนิวส์ออนไลน์  ///  รายงาน  ///

Loading

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *