เครือข่ายฯ ปกป้องแม่น้ำ-ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เตรียมไปกงสุลเมียนมาที่เชียงใหม่รับ “มิน อ่อง หล่าย” เยือนไทย

เครือข่ายฯ ปกป้องแม่น้ำ-ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เตรียมไปกงสุลเมียนมาที่เชียงใหม่รับ “มิน อ่อง หล่าย” เยือนไทย

วันนี้ ( 26 ก.ค.69 ) เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำ กก สาย รวก โขง ได้เตรียมความพร้อมเพื่อจะพากันเดินทางไปยื่นหนังสือและแสดงพลังปกป้องแม่น้ำสายต่างๆ ดังกล่าว ณ สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ถนนมณีนพรัตน์ ซอย 3 ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เนื่องในโอกาสที่ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณัฐแห่งสหภาพเมียนมา จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 6-7 ส.ค.2569 นี้

โดย ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และเป็นหนึ่งในตัวแทนเครือข่ายฯ ระบุว่าจะพากันไปที่สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยประชาชนควรพร้อมใจกันไปเพื่อตั้งคำถามว่าจะมีการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ข้ามแดนเมื่อไหร่,จะแก้ไชปัญหาสารโลหะหนักไหลลงสู่แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก ฯลฯ เมื่อไหร่,จะแก้ไขปัญหาขบวนการหลอกลวงหรือแก๊งสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนเมื่อไหร่,และจะสร้างสันติภาพในเมียนมาก โดยตนจะเดินทางไปแน่นอนส่วนเครือข่ายคนอื่นๆ ที่จะไปจะนัดหมายและเวลากันอีกที

ดร.สืบสกุล เปิดเผยอีกว่าตนยังสงสัยว่ารัฐบาลไทยจะมีข้อมูลใดไปเจรจากับเมียนมา เพราะอย่างเต็มที่ก็แค่ผลตรวจน้ำและตะกอนดินของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ (สคพ.) ที่ 1 (เชียงใหม่) และหากตนเป็นมิน อ่อง หล่าย ก็จะตอบกลับว่าจุดแรกที่ประเทศไทยตรวจคือสะพานท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในเขตแดนไทยจึงไม่เกี่ยวกับประเทศเมียนมา ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ สคพ.ที่ 1 เชียงใหม่ ก็ยังกลัวความยากลำบาก น้ำเชี่ยว จนไม่ยอมไปตรวจที่ชายแดนไทย-เมียนมา ส่วนผลการตรวจคุณภาพดิน ผัก ปลา ฯลฯ จะเอาไปใช้เจรจาไม่ได้เพราะภาครัฐบอกไม่เกินค่ามาตรฐาน สารหนูมาจากสารเคมีการเกษตรก็อ้างว่าไม่เกี่ยวกับเหมืองแร่ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์พากันอ้ำๆ อึ้งๆ กลัวบอกความจริงกับประชาชน กลัวภาครัฐด่า กลัวธุรกิจฟ้องปิดปาก กลัวไม่ได้ทุนวิจัย จึงทำให้ชีวิตประชาชนไร้ค่าอย่างมาก

ดร.สืบสกุล ยังระบุอีกว่าได้ยื่นหนังสือไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แล้วก่อนที่จะมีการหารือกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยเสนอให้ยุติการนำเข้าแร่จากเมียนมาตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งหมดเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง และกดดันให้รัฐบาลเมียนามาได้แก้ไขปัญหาแม่น้ำสายต่างๆ ร่วมกับประเทศไทยอย่างจริงจัง รวมทั้งขอให้นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย เพื่อให้รับข้อมูลเพิ่มเติมและรับฟังปัญหาโดยตรงจากประชาชนกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวริมน้ำกก กลุ่มผู้ใช้น้ำประปา กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มชาวประมง เป็นต้น ตลอดจนรับฟังข้อมูลจากภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ที่ติดตามปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง.

ภาพข่าว – ข่าวพันธมิตรเชียงราย

ณฐพัชร์ อภิโชคกุล หัวสำนักงานข่าวเบาะแสภาคเหนือ  ///  รายงาน  ///

Loading

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *