ตรวจตะกอนดินน้ำกก สาย รวก โขง พบโลหะหนักเกินมาตรฐานถ้วนหน้า บางจุดระดับรุนแรง วิชาการจี้รัฐบาลให้เป็น “วาระแห่งชาติ” หยัน TOR แก้ไม่ได้ผล

ตรวจตะกอนดินน้ำกก สาย รวก โขง พบโลหะหนักเกินมาตรฐานถ้วนหน้า บางจุดระดับรุนแรง วิชาการจี้รัฐบาลให้เป็น “วาระแห่งชาติ” หยัน TOR แก้ไม่ได้ผล

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพตะกอนดินในแม่น้ำกก ลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 12 จากการเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 7–10 ก.ค.2569 เพื่อติดตามสถานการณ์กรณีแม่น้ำกกมีความขุ่นผิดปกติในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย โดยดำเนินการตรวจวัดคุณภาพตะกอนดินรวม 21 จุด ได้แก่ แม่น้ำกก ซึ่งพบสารหนูเกินมาตรฐานคุณภาพตะกอนดินระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (มก./กก.) จำนวน 6 จุด ได้แก่ จุด KK01 ชายแดนไทย-เมีนมา หย่อมบ้านแก่งตุ๋ม หมู่ 4 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พบสารหนู 23 มก./กก.

จุด KK05 สะพานมิตรภาพแม่ยาว–ดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พบสารหนู 11 มก./กก. และพบค่าปรอท 0.21 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดินซึ่งกำหนดมาตรฐานไว้ไม่เกิน 0.2 (มก./กก.) จุด KK07 สะพานข้ามแม่น้ำกก อ.เมืองเชียงราย พบสารหนู 15 มก./กก. จุด KK10 บริเวณฝายเชียงราย อ.เมืองเชียงราย พบสารหนู  13 มก./กก. จุด KK11 สะพานริมกก–เวียงเหนือรวมใจ อ.เมืองเชียงราย พบสารหนู 16 มก./กก. และพบค่าปรอท 0.27 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน จุด KK12 สะพานโยนกนาคนคร อ.เมืองเชียงราย พบสารหนู 16 มก./กก. นอกจากนี้พบสารหนูเกินมาตรฐานระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 33 มก./กก. จำนวน 1 จุด คือ จุด KK09 บริเวณสะพานเฉลิมพระเกียรติ 1 อ.เมืองเชียงราย พบสารหนู 45 มก./กก. พบค่านิกเกิล 26 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ซึ่งกำหนดมาตรฐานไว้ไม่เกิน 23 (มก./กก.) และพบค่าตะกั่ว 46 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ซึ่งกำหนดมาตรฐานไว้ไม่เกิน 36 (มก./กก.) และพบค่าโครเมียม 66 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน ซึ่งกำหนดมาตรฐานไว้ไม่เกิน 43.4 (มก./กก.)

ส่วนแม่น้ำสาย พบสารหนูเกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน 2 จุด ได้แก่ จุด SA01 บ้านหัวฝาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ชายแดนไทย-เมียนมา พบสารหนู 25 มก./กก. จุด SA03 บ้านป่าซางงาม อ.แม่สาย ชายแดนไทย-เมียนมา พบสารหนู 13 มก./กก. แม่น้ำรวก พบสารหนูเกินมาตรฐานระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ทั้ง 2 จุดตรวจวัด ได้แก่ จุด RU01 บริเวณสถานีสูบน้ำเกาะช้าง การประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย พบสารหนู 49 มก./กก.พบค่าปรอท 0.24 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และและพบค่าโครเมียม 45 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน จุด RU02 บริเวณ .เวียง อ.เชียงแสน หรือจุดปลายแม่น้ำรวก พบสารหนู 55 มก./กก. พบค่านิกเกิล 46 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และพบค่าโครเมียม 61 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และแม่น้ำโขง พบสารหนูเกินมาตรฐานระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ทั้ง 4 จุดตรวจวัด ได้แก่ จุด NK01 จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พบสารหนู 66 มก./กก. จุด NK02 ต.เวียง อ.เชียงแสน พบสารหนู 80 มก./กก. จุด NK03 บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน พบสารหนู 50 มก./กก. และพบค่าปรอท 0.22 มก./กก.เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน และพบค่าโครเมียม 45 มก./กก. เกินมาตรฐานระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน จุด NK04 บ้านหัวเวียง ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย พบสารหนู 68 มก./กก.

สรุปผลการตรวจพบว่าแม่น้ำกกยังพบสารหนูเกินมาตรฐานในบางจุด ขณะที่แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงพบสารหนูในระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง ส่วนโลหะหนักชนิดอื่นส่วนใหญ่เป็นไปตามมาตรฐาน แต่พบเกินมาตรฐานในบางจุดตรวจวัด ทั้งนี้ค่าที่สูงผิดปกติอาจเกี่ยวข้องกับช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณน้ำและกระแสน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการพัดพาตะกอนแขวนลอยและสะสมในท้องน้ำมากขึ้น ซึ่งกรมควบคุมมลพิษจะติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมประชาสัมพันธ์ผลการตรวจสอบและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ

ด้าน ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง เปิดเผยถึงผลการตรวจดังกล่าวว่ามีการจัดทำทุกๆ 2 เดือน แต่ละครั้งพบสารโลหะหนักที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสัตว์หน้าดิน เช่น กุ้ง หอย ปู และแมลงน้ำ ฯลฯ จึงหวั่นว่าจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่หากมีการจับสัตว์น้ำดังกล่าวมาบริโภค ทั้งนี้ปัญหานี้สะสมเรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2567 จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลยกระดับขึ้นเป็น “วาระแห่งชาติ” ด้วยการลงพื้นที่ จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เปิดโอกาสให้ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และชาวบ้านมีส่วนร่วม พร้อมทั้งเสนอมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการยุติการนำเข้าและส่งออกแร่ผ่านแดนจากประเทศเมียนมาไปยังประเทศจีน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและบับให้ทางการเมียนมาและจีนเข้าสู่โต๊ะเจรจาแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพราะกรณีมีการทำกรอบข้อตกลง TOR ไทย-เมียนมา เมื่อเร็วๆ นี้นั้นได้ทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบอย่างรุนแรง เนื่องจากเมียนมายืนยันให้ต่างฝ่ายต่างตรวจสอบโดยปฏิเสธการดึงองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม อีกทั้งข้อตกลงดังกล่าวยังระบุให้การเปิดเผยข้อมูลต้องได้รับความยินยอมจากทั้ 2 งฝ่าย ซึ่งเข้าข่ายปกปิดข้อมูลต่อประชาชนและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายอีกด้วย.

ภาพข่าว – ข่าวพันธมิตรเชียงราย

บก.เจี๊ยบ แม่สายนิวส์ออนไลน์  รายงาน

Loading

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *